fbpx

VPN และ 6 Protocols ใน VPN ช่วยให้ชีวิตคุณปลอดภัยขึ้นอย่างไร

VPN และ 6 Protocols ใน VPN ช่วยให้ชีวิตคุณปลอดภัยขึ้นอย่างไร

VPN

VPN คืออะไร

VPN หรือเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (Virtual Private Network) สร้างการเชื่อมต่อเครือข่ายส่วนตัวระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเราใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อส่งข้อมูลอย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยตัวตนผ่านเครือข่ายสาธารณะ ซึ่งจะทำงานโดยปกปิดที่อยู่ IP Address ของผู้ใช้และเข้ารหัสข้อมูล เพื่อให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ได้รับข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถอ่านได้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนที่แบน Facebook หรือชื่อใหม่คือ Meta เนื่องมาจากเหตุผลที่รัฐบาลจีนไม่ไว้วางใจด้านความปลอดภัย ซึ่งหากชาวจีนอยากเข้าถึงเว็บไซต์ที่โดนแบนก็ต้องเข้าผ่านระบบเครือข่ายเสมือน

VPN ทำงานอย่างไร

  • VPN

การเชื่อมต่อ Virtual Private Network นั้นจะเปลี่ยนเส้นทางแพคเก็ตข้อมูลจากเครื่องของท่านไปยัง Server ระยะไกลที่อื่นก่อนที่จะส่งไปยังบุคคลที่สามผ่านทางอินเทอร์เน็ต อธิบายง่ายๆให้เข้าใจคือ ทุกคนต่างมี IP Address เป็นของตัวเอง Servers ก็เช่นกัน ในเมื่อเราอยากจะโดดข้าม Servers ไปท่อง Internet Servers อื่นๆ เราก็มีเทคโนโลยี Virtual Private Network เป็นตัวช่วยป้องกันข้อมูลของเราก็คือ IP Address เพราะจะเป็นคนละเลขเดียวกันกับต้นทางของเรา (หรือเรียกได้ว่าต้นทางกับปลายทางนั้น IP Address คนละเลขกัน) ซึ่งทำให้ไม่สามาถตรวจสอบได้ นอกจากข้อมูลของผู้ให้บริการจะทำข้อมูลรั่วไหล โดยหลักการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ ได้แก่

Protocol ในช่องทางการเชื่อมต่อ

Virtual Private Network จะสร้างช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูลที่ปลอดภัยระหว่างเครื่องในระบบของท่านกับ VPN Server อื่นในตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์ เมื่อคุณออนไลน์ VPN Server นี้จะกลายเป็นต้นทางข้อมูลทั้งหมดของท่าน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) และบริษัทภายนอกรายอื่นๆ จึงไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของท่านได้อีกต่อไป ซึ่งเป็น

การเข้ารหัส

Protocol ของ Virtual Private Network ต่างๆ เช่น IPSec จะแปลงข้อมูลของคุณก่อนที่จะส่งผ่านช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูล โดย IPsec เป็นชุด Protocol ในการรักษาความปลอดภัยการสื่อสารผ่าน Internet Protocol (IP) โดยการรับรองความถูกต้องและเข้ารหัสแต่ละแพคเก็ต IP ของสตรีมข้อมูล ซึ่งบริการ Virtual Private Network จะทำหน้าที่เป็นตัวกรอง ทำให้ข้อมูลของคุณไม่สามารถอ่านได้ที่ปลายทางฝั่งหนึ่งและถอดรหัสได้เฉพาะที่ปลายอีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด แม้ว่าการเชื่อมต่อเครือข่ายของคุณจะถูกโจมตีก็ตาม การรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายจึงไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีอีกต่อไป และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณก็จะปลอดภัย

ตัวอย่าง Protocol ของเทคโนโลยี Virtual Private Network

PPTP (Point-to-Point Tunneling Protocol)

  • เป็นโปรโตคอล VPN แรกที่ Windows รองรับ
  • รองรับการทำงานบนอุปกรณ์ทุกชนิดที่รองรับ VPN
  • มีความเร็วสูงมากเนื่องจากมาตรฐานการเข้ารหัสที่ต่ำกว่า
  • ไม่มีความปลอดภัยอย่างยิ่ง – เป็นที่ทราบกันดีว่า NSA สามารถเข้าถึงได้
  • ถึงแม้ Microsoft จะพยายามอุดรอยรั่วของ PPTP แต่ก็ยังแนะนำให้ใช้ SSTP หรือ L2TP/IPSec.

IPsec หรือ Internet Protocol security IPsec 

เป็นโปรโตคอลที่มีความยืดหยุ่นอย่างมากสำหรับการรักษาความปลอดภัยแบบ End-to-End ซึ่งตรวจสอบและเข้ารหัสแต่ละแพ็กเกจ IP ตามการสื่อสารที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ IPsec ได้ถูกใช้งานบนแอปที่หลากหลายในชั้นสื่อสารอินเทอร์เน็ตของชุดโปรโตคอล

L2TP (Layer 2 Tunneling Protocol)

  • เริ่มต้นมาจาก L2F ของ Cisco และ PPTP ของ Microsoft
  • ไม่มีความปลอดภัยในตัวเอง จึงต้องจับคู่กับ IPSec.
  • เป็นแบบ Built-in บนอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการทุกรูปแบบที่รองรับ Virtual Private Network
  • เป็นโปรโตคอลแบบครบวงจรที่ดี แต่การรั่วไหลล่าสุดนั้นทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับ NSA อยู่
  • ถ้าเปรียบเทียบกับ OpenVPN แล้วก็ถือว่าโปรโตคอลนี้ไม่มีข้อดีใดๆที่เหนือกว่า

SSTP (Secure Socket Tunneling Protocol)

  • เปิดตัวครั้งแรกใน Windows VIsta SP1 โดย Microsoft.
  • ผสานรวมกับ Windows อย่างเต็มรูปแบบ – อาจไม่สามารถใช้งานบนแพลตฟอร์มอื่นๆได้
  • หลบเลี่ยง Firewalls ต่างๆได้อย่างง่ายดาย
  • เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีของ Microsoft เอง คุณจึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะไปไหน
  • รวดเร็วและค่อนข้างปลอดภัย แต่การที่ข้อมูลของคุณอาจจะรั่วไหลได้นั้นทำให้ความน่าใช้ลดลง

OpenVPN

  • เป็นโปรโตคอลแบบ open-source ที่ค่อนข้างใหม่ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “มาตรฐานทอง” เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ
  • เป็นที่ยอดนิยมของบริการจากบุคคลที่สาม แต่ไม่มีการสนับสนุนเป็นภาษาท้องถิ่นไม่ว่าจะบนแพลตฟอร์มใดก็ตาม
  • รองรับอัลกอริทึ่มหลายแบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย
  • เป็นหนึ่งในโปรโตคอลที่มีความเร็วสูงที่สุด ความเร็วขึ้นอยู่กับการเข้ารหัส แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้งานไม่พบปัญหาด้านความเร็ว
  • การตั้งค่าอาจเป็นเรื่องยากในตอนแรก แต่บริการ VPN ที่ดีทุกอันก็มาพร้อมกับกระบวนการอัตโนมัติที่ผู้ใช้งานจะต้องตั้งค่าด้วยตัวเองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

IKEv2 (Internet Key Exchange v2)

  • เป็นโปรโตคอล tunneling ที่เป็นแบบ IPsec-based ที่พัฒนาขึ้นมาโดย Microsoft และ Cisco
  • มีความเสถียรและปลอดภัยเนื่องจากมีความสามารถในการเชื่อมต่อใหม่และรองรับอัลกอริทึ่มหลายแบบ
  • มีความเร็วสูง ซึ่งเร็วกว่า L2TP, SSTP และ PPTP
  • จำนวนแพลตฟอร์มที่รองรับจำกัด แต่รองรับอุปกรณ์ Blackberry
  • เป็นเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ ดังนั้นความคิดเห็นของคุณอาจจะขึ้นอยู่กับความรู้สึกที่คุณมีต่อ Microsoft แต่ก็มีเวอร์ชั่นแบบ open-source

เหตุใดคุณจึงควรใช้เทคโนโลยี Virtual Private Network

เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสาธารณะได้อย่างปลอดภัย

เครือข่ายส่วนตัวเสมือนทำให้กิจกรรมบนเว็บขณะเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน การเชื่อมต่อ Wi-Fi สารธารณะในการทำกิจกรรมทางออนไลน์ต่างๆ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในลักษณะนี้จึงเสี่ยงต่อการถูกแฮ็ก ดังนั้นการใช้บริการ Virtual Private Network เมื่อเชื่อมต่อกับฮอตสปอต Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย จะช่วยดูแลทั้งข้อมูลและอุปกรณ์ของคุณให้ปลอดภัย

เพื่อเก็บรักษาประวัติการค้นหาของท่านให้เป็นส่วนตัว

ระบบ Internet หรือ Browser นั้นต่างมีการเก็บประวัติข้อมูลของผู้ที่เข้าใช้งาน โดยพวกเขาสามารถขายประวัติการท่องเว็บของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ตัวอย่างเช่น การค้นหาบทความเกี่ยวสินค้า IT ต่างๆ อาจส่งผลให้ท่านพบกับโฆษณาที่เกี่ยวกับร้านค้าหรือบริษัทที่ทำเกี่ยวการบริการหรือขายสินค้า IT ซึ่งการเชื่อมต่อเครือข่าเสมือนจะปกป้องท่านจากการใช้ข้อมูลในทางที่ผิด

เพื่อเข้าถึงบริการ Streaming ทั่วโลก

เมื่อท่านเดินทางออกนอกประเทศ บริการ Streaming แบบมีค่าใช้จ่ายของท่านอาจไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากข้อกำหนดและระเบียบข้อบังคับตามสัญญา ซึ่งการเชื่อมต่อ Virtual Private Network จะทำให้ท่านสามารถเปลี่ยนที่อยู่ IP จากประเทศหลักของท่านได้ และอนุญาตให้เข้าถึงรายการโปรดของท่านได้จากประเทศที่ท่านอยู่ในขณะนั้น หรือในกรณีที่ในประเทศของท่านไม่อนุญาตให้เข้าถึง Streaming นั้นๆ ท่านก็ใช้เทคโนโลยี Virtual Private Network โดดออกไปใช้ที่ประเทศที่มีการอนุญาต

เพื่อปกป้องตัวตนของท่าน

การปกปิดตัวตนของท่าน บริการ Virtual Private Network จะปกป้องคุณจากการสอดแนมทางดิจิทัล โดยปกป้องความคิดเห็นและการสนทนาของท่านบนอินเทอร์เน็ตจากการถูกติดตามพร้อมทั้งคุ้มครองเสรีภาพในการพูดของท่าน หากท่านไม่ได้ใช้ตัวตนที่แท้จริงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ตัวอย่างเช่นท่านอาจจะใช้เทคโนโลยี Virtual Private Network ก็จริงแต่ท่านใช้ข้อมูลที่ระบุว่าเป็นตัวท่าน ก็ไม่ได้ช่วยให้ท่านปลอดภัยเช่นเดิม

ช่วยให้ค่า Ping ของคุณน้อยลง

อธิบายง่ายๆคือหาก Server ของระบบใดๆ เช่น เกมออนไลน์เกมหนึ่ง Serversหลักอยู่ที่สิงคโปร์ เราอยากเล่นเกมนั้นด้วยค่า Ping น้อยๆเราก็ใช้บริการเทคโนโลยี Virtual Private Network เพื่อไปเล่นเกมนี้ผ่าน Server ที่สิงคโปร์โดยตรง จำทำให้มีค่า Ping ที่น้อยกว่า (ทางผ่านของข้อมูลมันน้อยลง เพราะไม่ต้องต่อหลายที่) ยิ่งจุดต่อน้อย ค่า Ping จะยิ่งน้อย แต่ถ้า Internet ของท่านช้าหรือไม่สเถียรอยู่แล้วระบบ Virtual Private Network ก็ไม่ช่วยอะไร

วิธีการตั้งค่าเทคโนโลยี Virtual Private Network มีอะไรบ้าง

มีสองวิธีที่พบบ่อยในการเข้าถึงบริการ Virtual Private Network สำหรับบุคคลต่างๆ ได้แก่

1.)ใช้ผู้ให้บริการ Virtual Private Network

คุณสามารถเลือกบริการเทคโนโลยี Virtual Private Network ที่สามารถเข้าถึงได้จากเบราว์เซอร์ของคุณ หรือโดยการดาวน์โหลดแอปหรือซอฟต์แวร์ลงในอุปกรณ์ของคุณ โดยบริการเหล่านี้เป็นบริการที่มีการสมัครสมาชิก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเรียกเก็บค่าบริการตามอุปกรณ์ ดังนั้นการตั้งค่าในลักษณะนี้จึงมีราคาค่อนข้างแพง นอกจากนี้ อุปกรณ์แต่ละเครื่องยังต้องได้รับการกำหนดค่าแยกกันอีกด้วย

2.)ใช้เราเตอร์ Virtual Private Network

วิธีการนี้เกี่ยวข้องกับการซื้อเราเตอร์ที่มีการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี Virtual Private Network ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า หรือการติดตั้งซอฟต์แวร์ของเทคโนโลยี Virtual Private Network ด้วยตัวคุณเองบนเราเตอร์ที่บ้าน โดยข้อดีของวิธีการนี้คือทุกอุปกรณ์ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเราเตอร์นี้จะได้รับการปกป้องโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างผู้ให้บริการเทคโนโลยี Virtual Private Network ยอดนิยม

(โปรดพิจารณาอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน)

Express VPN

  • ข้อเสนอโดยรวมที่ดีที่สุด: 12 เดือน + 3 เดือน ฟรี
  • เชื่อมต่อกับกว่า 90 ประเทศ
  • ใช้การเข้ารหัส AES 256 บิต
  • VPN ที่รวดเร็วและปลอดภัย
  • ความเป็นส่วนตัวที่ดุดันด้วยความเร็วสูง
  • รับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน
  • การสนับสนุนลูกค้า 24/7

Cyber Ghost

  • ประเทศที่รองรับ: 90+
  • รับประกันคืนเงิน 45 วัน
  • ฟรี 4 เดือนพร้อมแผน 3 ปี – ประหยัด 83%
  • ที่อยู่ IP: 6,000+
  • Servers: 7000+

Private Internet Access

  • 1300 Servers แบบไม่รุบุตัวตน
  • ไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งาน
  • รวดเร็วและเชื่อถือได้
  • มีการป้องกันข้อมูลรั่วไหล

Surfshark

  • ประเทศที่รองรับ: 63+
  • Servers: 3200+
  • ไม่จำกัดจำนวนการเชื่อมต่อ
  • ไม่จำกัดอุปกรณ์
  • แอพที่ใช้งานง่ายสำหรับทุกแพลตฟอร์ม
BrandScore
Privacy (เต็ม10)Features (เต็ม10)Value for Money (เต็ม10)User Score (เต็ม10)
Express VPN 9.99.29.59.5
Cyber Ghost9.29.19.39.3
Private Internet Access 9.19.18.99
Surfshark8.58.48.38.5
ความน่าเชื่อถือก็เป็นสิ่งสำคัญต่อการเลือกของผู้บริโภค ดังนั้นเราจึงคัดตัวอย่างผู้ใหญ่บริการของเทคโนโลยี Virtual Private Network มาให้ท่านได้ศึกษาดูเป็นตัวอย่าง พอที่จะตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ (โปรดพิจารณาอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน)

หากเราเลือกแบบฟรีแล้วก็จะมีข้อจำกัดต่างๆที่พบบ่อยเช่น

  • ไม่มี Protocol ที่ทันสมัยที่สุด  
  • ไม่มีการสนับสนุนทางเทคนิคที่มีคุณภาพ   
  • มีแบนด์วิดท์ต่ำและความเร็วที่ช้ากว่าสำหรับผู้ใช้งานฟรี  
  • มีค่ายกเลิกการเชื่อมต่อที่สูงกว่า
  • อาจติดไวรัสได้
  • มีการกระจายทางภูมิศาสตร์ที่จำกัดของเซิร์ฟเวอร์ของเทคโนโลยี Virtual Private Network

การเชื่อมต่อระบบ Virtual Private Network ใน PC Windows

ในการเชื่อมต่อระบบ Virtual Private Network ในโทรศัพท์ก็มีเช่นเดียวกัน ทุกคนสามารถเลือกโหลดใช้ Application ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ตามวิจารญาณ

ขอเสนอแนะ

สำหรับผู้ที่ใช้เทคโนโลยี Virtual Private Network ฟรี ก็ควรอ่านรายละเอียดต่างๆด้วย เพราะไม่มีอะไรได้มาฟรีแน่ เช่นผู้ให้บริการอาจนำข้อมูลการท่องอินเตอร์เน็ตของท่านไปขาย ซึ่งไม่ปลอดภัยกับตัวท่านอย่างยิ่ง ดังนั้นการเลือกผู้ให้บริการก็สำคัญ ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ