fbpx

การวิวัฒนาการของ Web 1.0-3.0 ดีขึ้นอย่างไร

การวิวัฒนาการของ Web 1.0-3.0 ดีขึ้นอย่างไร

ก่อนที่เราจะรู้ถึงข้อดีของการวิวัฒนาการของเว็บไซต์ ในแต่ละ Generation เราต้องรู้ก่อนว่าเว็บไซต์ คืออะไร มีไว้ทำอะไร เราจะช่วยคุณไขข้อสงสัยนั้นเอง

เว็บไซต์ (Website) คืออะไร

เว็บไซต์ หมายถึง เว็บเพจที่จัดทำขึ้น เพื่อนำเสนอข้อมูลต่างๆ ผ่านทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต โดยจะมีการเชื่อมโยงหลายมิติ หรือเรียกว่า ไฮเปอร์ลิงก์
เมื่อเรารู้ว่าอะไรคือเว็บไซต์ มาพอสมควรแล้ว แล้วเราก็จะขอพูดถึงแต่ละ Generation ของเว็บไซต์เลยแล้วกัน

Web 1.0 คืออะไร
เว็บ1.0 เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1989 ถึง 2005 ซึ่งเป็นยุคเริ่มแรกแต่ก็ยังคงมีให้เราเห็นในปัจจุบันเว็บ 1.0 ถือว่าเป็นเว็บที่ใช้ แสดงรูปภาพ ข้อความ เสียง ซึ่งไม่สามารถตอบโต้กับเว็บไซต์ได้ หรือ One Way Communication จะแก้ไขข้อมูลได้ก็มีเพียงแต่เจ้าของเว็บไซต์ เช่นเดียวกับสื่อกระแสหลักอื่นๆ เช่น หนังสื่อพิมพ์ หรือ วิทยุ

ตัวอย่าง เว็บอินเทอร์เน็ตรูปแบบ WEB 1.0 
ตัวอย่าง เว็บอินเทอร์เน็ตรูปแบบ เว็บ 1.0 

Web 2.0 คืออะไร
เว็บ 2.0 เป็นการพัฒนาต่อจากเว็บ 1.0 เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2020 เป็นยุคที่นำเสนอบทความหรือความรู้ต่างๆแล้วผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้(ถาม-ตอบ) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในเรื่องของความถูกต้อง เพราะได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องของเนื้อหาอย่างกลั่นกรองให้ไปในทางเดียวกันหรือได้ถกเถียงกันเรื่องความถูกต้อง ซึ่งทำให้ข้อมูลในเว็บไซต์นั้นมีการ Update เป็นรูปแบบของการสื่อสารที่เป็นสองทางหรือเราเรียกว่า Two Way Communication

ตัวอย่าง เว็บเพจจาก Facebook รูปแบบ Web 2.0
ตัวอย่าง เว็บเพจจาก Facebook รูปแบบ เว็บ 2.0

และไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เราจึงขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมที่ท่านต้องเคยเห็นกันมาอย่างแน่นอน เช่น Youtube, Instagram, เว็บไซต์ต่างๆที่สารารถตอบโต้กับเจ้าของเว็บหรือ Content นั้นๆ ได้ เช่น เว็บ Pantip เป็นต้น หรือจะเรียกได้ว่า Social Media ที่พวกคุณได้ใช้ทำงานหรือเพื่อความบันเทิง ทั้งหมดนั้นล้วนคือเว็บ 2.0

WEB 3.0 คืออะไร
เว็บ 3.0 นั้นเริ่มมีการพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2021 ถึงปัจจุบัน เป็นยุคที่พัฒนามาจากเว็บ 2.0 จึงทำให้สามารถอ่าน เขียน หรือตอบโต้กันได้ ซึ่งการ อ่าน เขียน และตอบโต้กัน ของผู้สร้างและผู้ใช้จำนวนมากนั้นทำให้เกิดเป็นสังคมออนไลน์ขึ้นมาหรือที่เรียกว่า Social Media ซึ่งข้อมูลทั้งหมดต้องผ่านคนกลางหรือผู้สร้างเว็บไซต์ต่างๆ หรือ แอปพลิเคชั่นต่างๆ ทำให้เห็นพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ที่ไม่ตรงต่อเป้าหมายหรือขัดต่อนโยบายจำนวนมากจึงเกิดการ ลบ หรือ แบนผู้ใช้เกิดขึ้น
ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดที่ว่า “เว็บไซต์ที่อิสระอย่างแท้จริงนั้น จะต้องเชื่อมโยงกันโดยไร้ศูนย์กลาง”

เว็บ 3.0 จึงมีรูปแบบการทำงานแบบ Semantic Web คือ การจัดความสัมพันธ์ของชุดข้อมูลต่างๆให้เข้าใจกันมากขึ้นด้วย AI เพราะข้อมูลในระบบ Internet มีมากมายมหาศาล โดยมีระบบดังนี้

  • Decentralized หรือ ระบบไร้ตัวกลาง เป็นการกระจายอำนาจผู้ใช้งานโดยไม่ผ่านระบบ Server หรือ Platform ใดๆ
  • Bottom-Up Design หรือ การออกแบบ Code ร่วมกัน ซึ่งผู้ใช้จะสามารถเข้าร่วมการออกแบบ พัฒนา หรือแก้ไขบัคต่างๆ ร่วมกับผู้พัฒนาได้
  • Consensus หรือ ฉันทามติ คือการตรวจสอบความถูกต้องของกันและกันได้ เพื่อความเห็นที่ตรงกัน

ซึ่งเว็บ 3.0 จึงมีความเกี่ยวข้องกับระบบ Blockchain เนื่องจากเป็นระบบที่ไม่มีศูนย์กลาง(เนื่องจากอาศัย Computer ทั่วโลกร่วมกันเข้ามาประมวลผล ทำให้ระบบเครือข่ายทำงานต่อเนื่องไปได้) ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูล หรือกำหนดทิศทาง ของระบได้อย่างอิสระเสรี ทั้งนี้ยังมีโปรแกรมที่ชื่อว่า Dapps หรือ Decentrlized Application มาช่วยทำงานกระจายศูนย์กลาง โดยตรวจสอบความถูกต้องกันเองด้วยระบบ Proof of Work ที่แข่งกันประมวลผล ซึ่งการประมวลผลจะต้องมีค่าทำเนียมที่เรียกว่าการจ่ายค่าแก๊ส ด้วยสิ่งที่เรียกว่า เหรียญ Cryptocurrency (แต่ละเหรียญมีการใช้งานที่คล้ายและแตกต่างกัน)

Cryptocurrency เป็นค่าทำเนียมที่ได้จากการประมวลผลระบบ

สรุป

การรับส่งเนื้อหา (Content) 

  • เว็บ 1.0 Read Only อ่านได้อย่างเดียว 
  • เว็บ 2.0 Read-Write อ่าน และ เขียนสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ 
  • เว็บ 3.0 Decentralized อ่าน เขียน ไม่มีตัวกลาง มีความปลอดภัยด้านข้อมูลและความเป็น

การใช้งาน 

  • เว็บ 1.0 รูปแบบ เว็บฟอร์ม เว็บให้ข้อมูลเป็นลักษณะแพทเทิร์น 
  • เว็บ 2.0 รูปแบบ เว็บแอพ เว็บแอปพลิเคชัน ที่สามารถดาวน์โหลดผ่านแอปได้ 
  • เว็บ 3.0 รูปแบบ Smart App แอปที่เก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (DApps : Decentralizd Apps)

ตัวชี้วัด 

  • เว็บ 1.0 จำนวนยอดวิว 
  • เว็บ 2.0 ต้นทุนต่อคลิก (CPC: Cost Per Click) หรือ ต้นทุนต่อการที่ผู้คนคลิกเข้าชมโฆษณาของเว็บไซต์ 
  • เว็บ 3.0 การมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน 

เทคโนโลยีที่ใช้ 

  • เว็บ 1.0 HTML/FTP 
  • เว็บ 2.0 Flash/Java/XML 
  • เว็บ 3.0 RDF/RDFS/OWL และมีการขับเคลื่อนโดย AI และแอปพลิเคชันแบบ P2P (Peer to Peer) เช่น Blockchain 

ที่มาของรายได้ 

  • เว็บ 1.0 การขายพื้นที่โฆษณา เช่น แบนเนอร์ 
  • เว็บ 2.0 การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม 
  • เว็บ 3.0 การให้ความยินยอมนำข้อมูลเอาไปใช้